เมื่อนาซีบนดวงจันทร์ยังไม่พอ Iron Sky: The Coming Race หรือ ทัพเหล็กนาซีถล่มโลก 2 พาเราลงใต้พิภพไปพบกับเผ่า Vril จิ้งจกแปลงร่างได้ และกองทัพไดโนเสาร์สุดเกรียน ภาคนี้ยังคงความบ้าคลั่งและเสียดสีการเมืองแบบไม่เกรงใจใคร แต่ด้วยงบที่จำกัดและเนื้อหาที่อัดแน่นเกินไป ทำให้อาจไม่ถูกใจทุกคน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
29 ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก โลกถูกสงครามนิวเคลียร์ทำลายล้าง เหลือเพียงมนุษย์กลุ่มสุดท้ายที่อาศัยอยู่ในอดีตฐานทัพนาซีบนดวงจันทร์ พวกเขาพบว่าพลังบางอย่างใต้พื้นโลกสามารถช่วยชีวิตมนุษยชาติได้ หรืออาจทำลายล้างทุกสิ่ง ฮีโร่ของเราจึงต้องเดินทางสู่ Hollow Earth ดินแดนใต้พิภพที่เต็มไปด้วยเผ่า Vril สัตว์เลื้อยคลานโบราณที่เปลี่ยนรูปร่างได้ และกองทัพไดโนเสาร์ของพวกมัน การผจญภัยครั้งนี้เต็มไปด้วยมุขตลก การเมือง และแอ็กชันเหนือจริง
งานการแสดงและตัวละคร
นักแสดงนำอย่าง Lara Rossi ในบท Obi Washington ถือเป็นหัวใจของเรื่อง เธอถ่ายทอดความเด็ดเดี่ยวและอารมณ์ขันได้ดี ขณะที่ Vladimir Burlakov ในบท Sasha ก็เป็นคู่หูที่เข้ากัน ส่วน Tom Green ที่รับบท Donald (ล้อเลียน Trump) ก็สร้างเสียงหัวเราะได้ตามสไตล์ แต่น่าเสียดายที่ตัวละครส่วนใหญ่ถูกพัฒนามาแบบบางเกินไป โดยเฉพาะตัวร้ายอย่างเผ่า Vril ที่ดูไม่น่ากลัวเท่าที่ควร
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ Timo Vuorensola ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ไว้ได้ งานภาพในโลก Hollow Earth สวยงามและมีสีสัน ถึงแม้ CGI จะไม่สมจริงเท่าภาคแรก แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบหนังอินดี้ ดนตรีประกอบเข้ากับบรรยากาศได้ดี โดยเฉพาะฉากแอ็กชันที่สนุกสนาน อย่างไรก็ตาม จังหวะการเล่าเรื่องกระโดดไปมาบ้าง ทำให้บางช่วงดูติดขัด
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
Iron Sky 2 ยังคงเป็นหนังที่กล้าเสียดสีการเมืองและสังคมอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียนทรัมป์ ความขัดแย้งระหว่างชาติ หรือประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่มุกตลกบางอย่างกลับไม่ถูกจังหวะและดูยืดเยื้อ การนำเสนอแนวคิดเรื่อง Hollow Earth และเผ่า Vril ก็น่าสนใจ แต่กลับถูกบีบให้อยู่ในเวลาที่จำกัด ทำให้หลายประเด็นยังไม่ถูกขยายความเท่าที่ควร โดยรวมแล้ว หนังเหมาะกับแฟนพันธุ์แท้ของภาคแรกและคนที่ชอบหนังตลกไซไฟแนวอินดี้ แต่สำหรับคนทั่วไปอาจรู้สึกว่ามัน 'มั่ว' เกินไป
สรุป
สำหรับแฟนหนังอินดี้ที่ชอบความบ้าคลั่งและการเมืองแบบจัดเต็ม Iron Sky 2 คือหนังที่ต้องดู แต่ถ้าคุณคาดหวังความสมจริงหรือเนื้อเรื่องแน่นๆ ภาคนี้อาจทำให้ผิดหวัง เหมาะกับคนที่ชอบมุกตลกเสียดสีและเปิดใจรับความเหนือจริงแบบสุดโต่ง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +มุกเสียดสีการเมืองจัดเต็ม กล้าได้ใจ
- +งานดีไซน์โลก Hollow Earth และไดโนเสาร์สวยงาม
- +นักแสดงนำมีเคมีเข้ากันดี
👎 จุดด้อย
- −CGI ดูไม่สมจริงในบางฉาก
- −เนื้อหายัดเยียดเกินไป หลายประเด็นไม่เคลียร์
- −มุกตลกบางมุกยืดเยื้อและไม่โดน
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แนะนำให้ดูภาคแรกเพื่อเข้าใจบริบท แต่ถ้าข้ามมาก็พอตามเนื้อเรื่องได้ เพราะมีบทสรุปสั้นๆ ตอนต้น
มีไดโนเสาร์ปรากฏในหลายฉาก โดยเฉพาะช่วงกลางเรื่อง แต่ไม่ใช่ตัวเอกของหนัง เน้นที่เผ่า Vril มากกว่า
แล้วแต่ความชอบ ภาคแรกมีมุกเด็ดและเสียดสีตรงจุดกว่า ภาคสองพยายามขยายโลกแต่เนื้อหาอาจดูรกตา
ไม่เหมาะสำหรับเด็ก เนื่องจากมีภาษารุนแรง ความรุนแรงแบบการ์ตูน และเนื้อหาทางการเมืองที่ซับซ้อน
หนังเข้าฉายในไทยแบบจำกัดโรง (limited release) และมีให้สตรีมบนแพลตฟอร์ม Amazon Prime Video